การเรียนการสอน
เป้าหมายของหลักสูตร
กระตุ้น ให้เกิดการคิดและลงมือปฏิบัติ เพื่อพัฒนากลไกทางด้านความคิดของสมองซีกซ้าย-ขวา โดยให้ระบบการทำงาน
ส่วนต่างๆ ของร่างกายสอดคล้องสัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการเรียนรู้ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
ครูผู้สอน
โรงเรียนให้ความสำคัญกับความสุขของผู้สอน เพราะประสิทธิภาพของการทำงานทางด้านเด็กต้องเกิดมาจากคุณค่าภายใน
โรงเรียนจึงมีแผนและแนวทางร่วมกันกับผู้สอนในการพัฒนางาน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและทัศนคติที่ดีต่อคุณค่าของ
งาน การอบรมพัฒนาเราจึงมักไม่เลือกแบบที่นั่งฟังการบรรยาย แต่เราเลือกแบบการทำ Workshop ลงมือปฏิบัติอย่าง
สนุกสนานอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านวิชาการ จิตวิทยาการสอน และความรู้ทางด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สอน
และผู้เรียน
การจัดห้องเรียน
เน้นกลุ่มละ ไม่เกิน 10 คน เพื่อการดูแลและแก้ปัญหาอย่างทั่วถึง โดยแต่ละกลุ่มจะได้เริ่มเรียนพร้อมกันเรื่องราวเดียวกัน
เพื่อฝึกให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ความที่แตกต่าง โรงเรียนไม่มีนโยบายรับสมัครนักเรียนแบบเดินเข้ามาสมัคร
แล้วเรียนได้เลยทันทีแบบต่างคนต่างเรียนภายในห้องเดียวกัน เพราะถ้าทำอย่างนั้นนักเรียนก็จะเป็นได้แค่คนเรียนเก่ง
แต่จะขาดสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนและความเข้าใจในการอยู่ร่วมในสังคม ผู้เรียนที่สมัครเรียนไว้กับเราจึงต้องใช้เวลา
ในการรอกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในวัยเดียวกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะได้รับจากโรงเรียน
การรายงานความก้าวหน้า
มีสมุดรายงานความก้าวหน้า แจ้งให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง
การประเมินผลการเรียน
ใช้แบบฝึกหัดในชั้นเรียนและแบบทดสอบประเมินผล มีมอบใบประกาศนียบัตรและของชำร่วยที่เราตั้งใจออกแบบเป็น
พิเศษสำหรับทุกคนที่เรียนจบเป็นกระปุกออมสิน แล้วเราก็จะชักชวนให้ผู้เรียนนำกระปุกออมสินที่ได้มาแข่งกันเก็บเงิน
วัยที่เหมาะสมกับการเรียน
ระหว่างอายุ 5 - 10 ขวบ
ระยะเวลาที่เหมาะสมกับการเรียน
สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง / ระดับละ 40 ชั่วโมง / มีทั้งหมด 6 ระดับ ใช้เวลาเรียนตลอดทั้งหลักสูตร 240 ชั่วโมง เพียงเท่านี้เรา
ก็จะมอบลูกคนใหม่ที่น่ารักทั้งดีและเก่งคืนให้กับท่าน
นอกจากเนื้อหาข้างในเล่มที่ได้มีการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง ครูเกรียงก็ไม่ได้ละเลยที่จะ
ให้ความสำคัญของปกหน้า ที่นอกจากจะมีสีสันสวยงามแล้ว ภาพปกหน้ายังมีความหมายกับผู้เรียนทางด้าน “สิ่งสำคัญ
ขั้นพื้นฐานที่เจ้าตัวเล็กควรมี” ครูเกรียงจึงมีเจตนาที่จะใช้ภาพที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะทั้งภาพปกตำราและภาพผนัง
ห้องเรียน สอดแทรกการสอนด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้ภาพแห่งคุณงามความดีถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ
ตามความหมายดังนี้
เล่ม 1
วันแรกของการก้าวเท้าออกจากบ้าน เพื่อเปิดโลกของการเรียนรู้
เจ้าตัวเล็กจะรู้ไหมว่าเรื่องวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นในโลกใบใหม่ ทุกคน
ต่างมีคุณพ่อ คุณแม่ มาส่งบางคนร้องไห้ในวันแรกของการเรียน
บางคนนิ่งเฉยกับสิ่งใหม่ บางคนตื่นเต้นที่จะเรียนรู้ ต่างที่มา ต่างใจคอ
ต่างพ่อแม่ มารวมในสังคมเดียวกัน เจ้าจึงรู้จักเรียนรู้ปรับตัว
เคารพ
กฎระเบียบส่วนรวมของสังคม สิ่งใดบ้างหล่ะ ที่เป็นพฤติกรรมที่ไม่
พึงประสงค์และไม่ควรทำในห้องเรียน ?
เจ้าตัวเล็กช่วยคุณครูคิดหน่อย
1. ไม่ส่งเสียงดังรบกวนเวลาเรียน
2. ไม่ทานขนมในห้องเรียน
3. ไม่ลุกจากที่นั่งโดยไม่ขออนุญาต ฯลฯ
เจ้าตัวเล็กตะเบ็งเสียงแย่งกันตอบดังลั่น
และสิ่งใดบ้างหล่ะ ที่เด็กดีอย่างเราต้องช่วยกันทำ?
1. ตั้งใจเรียน
2. เชื่อฟังคำสั่งสอนที่ดีของคุณครู
3. ไม่แกล้งเพื่อน ไม่ทะเลาะกัน
ฯลฯ เราสัญญากันแล้วนะ
...................................................................................................................................................

เล่ม 2
“เด็กๆ เห็นไหม ว่าในภาพนี้เขากำลังทำอะไรกัน?”
“แบ่งไอติมให้น้อง” เจ้าตัวเล็กตอบโดยไม่ต้องคิด
“ถ้าพวกเรา มีของหลายอัน เราแบ่งให้เพื่อนหรือน้องที่ไม่มีได
้ไหมเอ่ย?”
“ได้ ครับ/ค่ะ”
แล้วคำว่า การแบ่งปันของน้ำใจ ก็จะหลั่งไหลมา
...................................................................................................................................................

เล่ม 3
การอ่าน เป็นรากฐานของความคิด ที่จะนำพาชีวิตให้เติบโตอย่างมีสติ
พ่อแม่และคุณครูควรหาโอกาสเล่านิทานและชักชวนให้เจ้าตัวเล็กอ่านหนังสือ
ที่ชอบตั้งแต่เจ้าตัวเล็กยังอยู่ในวัยที่ชอบนิทานและอยากรู้อยากเห็น หากล่วงเลย
เวลาแห่งการเรียนรู้ไป เราจะเรียกอะไรกลับมาไม่ได้เลย และการอ่านเป็นเรื่องที่
บังคับกันไม่ได้ พ่อแม่และคุณครูต้องสร้างบรรยากาศ ให้เจ้าตัวเล็กเกิดความอยากรู้
อยากเห็นก่อนแล้วค่อยเชื่อมโยงเข้าสู่การอ่าน
...................................................................................................................................................

เล่ม 4
ช่วงเวลาแห่งความประทับใจในวัยเด็ก คือการได้ท่องเที่ยวเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่
ที่พ่อแม่สร้างโอกาสหยิบยื่นให้ หวังว่าคุณพ่อคุณแม่คงไม่ลืมที่จะสร้างความทรงจำ
ที่ดีระหว่างการเดินทางและหยิบยื่นความถูกต้องให้กับเจ้าตัวเล็ก เพราะช่วงเวลา
แห่งความสุขนี้
เป็นช่วงเวลาที่เจ้าตัวเล็กเปิดใจยอมรับฟังได้อย่างเต็มที่ แล้วการ
เดินทางที่สุดประทับใจนี้ จะส่งผลให้เขาเติบใหญ่เป็นต้นไม้งาม
...........................................................................................................................................................

เล่ม 5
“หน้าที่ของคุณพ่อ คุณแม่คือเลี้ยงดูสั่งสอนเราให้เป็นเด็กดี และไปทำงานเพื่อ
หาเงินมาส่งเราเรียนหนังสือให้เป็นเป็นคนเก่งความรับผิดชอบของคุณพ่อ คุณแม่
คือดูแลพวกเราเป็นอย่างดี
และทำงานของท่านให้เสร็จ หน้าที่ของเราคือเรียน
หนังสือ ความรับผิดชอบของพวกเราคืออะไรบ้างเอ่ย บอกคุณครูหน่อย?”
1. ทำการบ้านให้เสร็จ
2. ตั้งใจเรียน
3. เป็นเด็กดี
4. ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน
ฯลฯ เมื่อคุณครูหยิบภาพปกนี้ให้ดู เจ้าตัวเล็กก็จะรู้ว่ามีคนไม่ทำการบ้าน โดยที่
คุณครูไม่ต้องบ่น อิอิ
............................................................................................................................................................

เล่ม 6
เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป สามารถที่จะรับรู้รสชาติอาหารที่เปรี้ยว หวาม
มัน เค็ม สามารถบอกความอร่อยหรือไม่อร่อยและรู้ได้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร
และความสามารถขั้นพื้นฐานของเด็กๆ ที่เรียนอยู่ตั้งแต่ระดับชั้น ป.2 ขึ้นไปควรจะ
สามารถ ประกอบอาหาร อย่างง่ายรับประทานได้เอง เช่น ไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ดาว และ
ตั้งแต่ ป.4 ขึ้นไป ควรจะสามารถประกอบและปรุงอาหารประเภทผัดได้ เช่นผัดผัก
ผัดกระเพรา ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะนิยมทานข้าว
นอกบ้านกัน แต่ร้านอาหารก็ให้ได้แค่ความอิ่มอร่อย แต่ความสัมพันธ์อันอบอุ่นหน้า
เตา พ่อแม่อย่างเราเท่านั้นที่ให้เขาได้ โตขึ้นคนดีของเราจะได้ดูแลครอบครัวของเขา
ด้วยผัดกระเพราจานเด็ด คุณพ่อคุณแม่ อย่าลืมมอบโอกาสที่ดีให้กับผู้ช่วยกุ๊กฝีมือเยี่ยม
ของเรานะครับ
...........................................................................................................................................................

เล่ม 7
สัตว์เลี้ยงในบ้านแค่ 1 ตัว ก็อาจมีอิทธิต่อจิตใจของเจ้าตัวเล็ก มากกว่า
การพบจิตแพทย์ 10 ท่าน หากลูกเข้าใจว่าสัตว์เลี้ยงมีหัวใจ 1 ดวง เท่ากับมนุษย์
หากลูกรู้ว่า การให้ความรักห่วงใย สงสาร อีก 1 ชีวิตที่ไม่เหมือนเรา หากลูกเข้าใจ
สิ่งเหล่านี้ แล้วสิ่งใดอีกเล่า ที่พ่อแม่อย่างเรา ยังต้องการ
“เด็กๆ ที่บ้านใครมีสัตว์เลี้ยงบ้าง?”
“มีกี่ตัว?”
“สีอะไร?”
“ชื่ออะไรบ้าง?”
“หนูรักมันไหม?”
“จริงเหรอ? เล่าให้ครูฟังหน่อยสิ โอ้โห”
ไม่มีคำตอบที่เป็นด้านลบ จากเจ้าตัวเล็ก แล้วสิ่งใดอีกเล่า ที่ครูอย่างเรายังต้องการ
...........................................................................................................................................................
|